วิธีปฏิบัติตัวเมื่อต้องทำ Home Isolation

จากสถานการณ์การระบาดของเชื้อโควิด- 19 ที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆในประเทศไทย จนทำให้จำนวนเตียงผู้ป่วยสำหรับการรักษาในโรงพยาบาลไม่เพียงพอกับจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นในแต่ละวัน การทำ Home Isolation หรือ Community Isolation จึงเป็นอีกหนึ่งแนวทางปฏิบัติที่นำมาใช้เพื่อรองรับการรักษาผู้ติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งผู้ป่วยที่จะเข้ารับการรักษาแบบนี้จะต้องปฏิบัติตัวอย่างไรบ้างนั้น TIC ไทยประกันภัย มีวิธีมาแนะนำครับ

 

Home Isolation คืออะไร?

ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกับคำว่า Home Isolation หรือการกักตัวที่บ้านกันก่อน หมายถึงการที่ผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยว่ามีการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 แล้ว แต่ไม่มีอาการ หรืออาจจะแสดงอาการเพียงเล็กน้อย ซึ่งถือว่าเป็นผู้ป่วยที่อยู่ในกลุ่มสีเขียว แพทย์มีการประเมินแล้วเห็นสมควรให้สามารถแยกกักตัวในที่พักได้อย่างเหมาะสม และปลอดภัย โดยจะมีทีมแพทย์คอยช่วยเหลือ และติดตามอาการอย่างสม่ำเสมอ

ส่วนการดูแลรักษาแบบ Community Isolation คือการแยกกักตัวในชุมชน สำหรับผู้ป่วยที่อยู่ระหว่างการรอเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล หรือการกลับมาดูแลรักษาต่อจากโรงพยาบาลจนครบกำหนด โดยเป็นการจัดให้มีพื้นที่เอกเทศในชุมชนสำหรับแยกกักตัวผู้ป่วยติดเชื้อ ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์และแนวทางที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด

 

ใครสามารถเข้าระบบ Home Isolation ได้บ้าง

ผู้ป่วยที่สามารถเข้ารับการรักษาโรคโควิด-19 แบบ Home Isolation ได้ ต้องเป็นผู้ติดเชื้อที่อยู่ในกลุ่มสีเขียว คือไม่มีอาการ หรือมีอาการเพียงเล็กน้อย และจะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังนี้

  • มีอายุไม่เกิน 60 ปี
  • ไม่มีภาวะอ้วน คือมีน้ำหนักตัวมากกว่า 90 กิโลกรัม หรือมีดัชนีมวลกายมากกว่า 30 กิโลกรัม/ม.²
  • มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัวดังต่อไปนี้ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง, โรคไตเรื้อรัง, โรคหัวใจและหลอดเลือด, โรคหลอดเลือดสมอง, เบาหวานที่ควบคุมไม่ได้ หรือโรคอื่นๆ ตามดุลพินิจของแพทย์

 

ลักษณะของบ้านพักอาศัยที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยโควิด-19 ที่ต้องทำ Home Isolation

ผู้ป่วยโควิด-19 ที่เข้าระบบการดูแลรักษาแบบ Home Isolation จะต้องกักตัวอยู่ในที่พักอาศัยตลอดเวลา ห้ามออกจากที่พักโดยเด็ดขาดถ้าไม่มีเหตุอันควร ดังนั้นที่พักที่เหมาะสมควรจะต้องมีลักษณะ ดังนี้

  • มีห้องนอนส่วนตัว หรือถ้าไม่มีควรมีพื้นที่กว้างพอที่จะนอนห่างจากผู้อื่น กรณีมีผู้อยู่ร่วมบ้าน และต้องเปิดประตู หน้าต่างให้ระบายอากาศได้ดี
  • มีผู้จัดหาอาหารและของใช้จำเป็นให้ได้ โดยไม่ต้องออกไปจัดหานอกบ้านด้วยตนเอง
  • ผู้ที่อยู่อาศัยร่วมบ้านสามารถปฏิบัติตามคำแนะนำเรื่องสุขอนามัย และการแยกจากผู้ป่วยได้
  • สามารถติดต่อกับโรงพยาบาล และเดินทางมาโรงพยาบาลได้สะดวก ถ้าบ้านหรือที่พักไม่เหมาะสม อาจต้องหาสถานที่แห่งอื่นในการแยกตัว

 

ข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้ป่วยโรคโควิด-19 ในระหว่างการทำ Home Isolation

  1. ไม่ให้บุคคลอื่นมาเยี่ยมที่บ้านระหว่างแยกตัว และงดการออกจากบ้านในระหว่างแยกตัว
  2. อยู่ในห้องส่วนตัวตลอดเวลา หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกับบุคคลอื่นในที่พักอาศัย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เด็กเล็ก ผู้ป่วยโรคเรื้อรังต่างๆ หากยังมีอาการไอจามต้องสวมหน้ากากอนามัย แม้ขณะที่อยู่ในห้องส่วนตัว โดยแนะนำ ให้สวมหน้ากากอนามัย ไม่ให้ใช้หน้ากากผ้า
  3. หากจำเป็นต้องเข้าใกล้ผู้อื่นต้องสวมหน้ากากอนามัย และอยู่ห่างอย่างน้อย 1 เมตร หรือประมาณหนึ่งช่วงแขน หากไอจามไม่ควรเข้าใกล้ผู้อื่นหรืออยู่ห่างอย่างน้อย 2 เมตร และให้หันหน้าไปยังทิศทางตรงข้ามกับตำแหน่งที่มีผู้อื่นอยู่ด้วย
  4. หากไอจามขณะที่สวมหน้ากากอนามัย ไม่ต้องเอามือมาปิดปาก และไม่ต้องถอดหน้ากากอนามัยออก เนื่องจากมืออาจสัมผัสกับเชื้อโรค หากไอจามขณะที่ไม่ได้สวมหน้ากากอนามัยให้ใช้ต้นแขนด้านในปิดปาก และจมูก
  5. ถูมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ หรือล้างมือด้วยสบู่และน้ำเป็นประจำ โดยเฉพาะหลังจากสัมผัสน้ำมูก น้ำลาย เสมหะ ขณะไอ จาม หรือหลังจากถ่ายปัสสาวะหรืออุจจาระ และก่อนสัมผัสจุดเสี่ยงที่มีผู้อื่นในบ้านใช้ร่วมกัน เช่น ลูกบิดประตู ราวบันได มือจับตู้เย็น ฯลฯ
  6. กรณีผู้ป่วยที่ยังต้องให้นมบุตรสามารถทำได้ตามปกติ เนื่องจากยังไม่มีรายงานพบเชื้อโควิด-19 ในน้ำนม แต่ควรสวมหน้ากากอนามัย และล้างมืออย่างเคร่งครัดทุกครั้งก่อนสัมผัสหรือให้นมบุตร
  7. ใช้ห้องน้ำแยกจากผู้อื่น หากจำเป็นต้องใช้ห้องน้ าร่วมกัน ให้ใช้เป็นคนสุดท้าย และปิดฝาชักโครกก่อนกดน้ำ
  8. การทำความสะอาดห้องน้ าและพื้นผิว ควรใช้น้ำยาฟอกผ้าขาว เช่น ไฮเตอร์ 5%โซเดียมไฮโปคลอไรท์ 1 ส่วนต่อน้ำ 99
  9. แยกสิ่งของส่วนตัวไม่ใช้ร่วมกับผู้อื่น เช่น จาน ช้อนส้อม แก้วน้ า ผ้าเช็ดตัว โทรศัพท์ คอมพิวเตอร์
  10. แยกรับประทานอาหารกับผู้อื่น โดยให้ผู้ส่งอาหารวางอาหารไว้ ณ จุดที่สะดวก แล้วไปนำอาหารเข้ามารับประทาน ไม่รับโดยตรงจากผู้ส่งอาหาร
  11. ซักเสื้อผ้า ผ้าขนหนู และเครื่องนอนต่างๆ ด้วยน้ำและสบู่หรือผงซักฟอกตามปกติ หากใช้เครื่องซักผ้า ให้ใช้ ผงซักฟอก และ น้ำยาปรับผ้านุ่มได้
  12. การทิ้งหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้ว และขยะที่ปนเปื้อนสารคัดหลั่งให้ใส่ถุงพลาสติก และปิดปากถุงให้สนิทก่อน ทิ้งขยะที่ฝาปิดมิดชิด และทำความสะอาดมือ ด้วยแอลกอฮอล์ หรือล้างมือถูสบู่ทันที

 

การสนับสนุนการทำ Home Isolation

ผู้ป่วยโควิด-19 ที่ลงทะเบียนเข้าระบบการดูแลรักษาแบบ Home Isolation กับทางภาครัฐเรียบร้อยแล้ว จะได้รับอุปกรณ์ และบริการสนับสนุนการกักตัวที่บ้าน Home Isolation ดังนี้

  1. อุปกรณ์ประเมินอาการ ได้แก่ ปรอทวัดไข้ และเครื่องวัดออกซิเจนในเลือด
  2. การประเมินอาการผ่านระบบเทเลเมด โดยแพทย์และพยาบาลทุกวัน
  3. ผู้ป่วยโควิด-19 หลังประเมินอาการในแต่ละวัน การให้ยารับประทาน ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์
  4. อาหาร 3 มื้อ และติดตามประเมินอาการ และให้คำปรึกษา

 

การสังเกตอาการในระหว่างการทำ Home Isolation

  • ให้สังเกตอาการตนเอง วัดอุณหภูมิร่างกาย และค่า Oxygen Saturation ทุกวัน
  • หากมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้ เช่น หอบ เหนื่อย ไข้สูงมากกว่า 38.5 องศาเซลเซียส ไม่สามารถทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ให้แจ้งทีมแพทย์ และรีบนำส่งโรงพยาบาล
  • เมื่อจะต้องเดินทางไปโรงพยาบาลให้ใช้รถยนต์ส่วนตัว หรือรถที่โรงพยาบาลมารับ ไม่ใช้รถสาธารณะ และ ให้ทุกคนในรถใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา เปิดหน้าต่างรถ เพื่อเพิ่มการระบายอากาศ

 

วิธีดูแลตัวเองหลังรักษาโควิด-19 หายแล้ว

นอกจากนี้ในผู้ป่วยบางรายที่หายจากโรคโควิด-19 แล้วยังอาจมีภาวะอาการแทรกซ้อนระยะยาวจากโรคโควิด-19 หรือ Long Covid ซึ่งอาจจะกินระยะเวลายาวนานมากกว่า 12 สัปดาห์เลยทีเดียว โดยอาจมีอาการดังต่อไปนี้ เหนื่อยล้า, หายใจลำบาก, วิตกกังวลและซึมเศร้า, อัตราการเต้นของหัวใจเร็วและไม่สม่ำเสมอ, เจ็บหน้าอก, เจ็บข้อต่อหรือกล้ามเนื้อ หรือไม่สามารถจดจ่อกับความคิดหรือโฟกัสสิ่งใดได้ ไปจนถึง "ภาวะสมองล้า" ซึ่งส่วนมากอาการเหล่านี้มักจะหายเองได้ แต่ถ้ากระทบการใช้ชีวิตประจำวันมาก หรือเห็นว่ามีอาการผิดปกติรุนแรง ควรไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุเพิ่มเติมและรักษาให้ตรงกับสาเหตุ

สำหรับผู้ป่วยทั่วไปเมื่อได้รับการรักษาอย่างน้อย 14 วัน และไม่มีอาการของโรคโควิด-19 แล้ว ไม่จำเป็นต้องตรวจหาเชื้อโควิด-19 ซ้ำอีก แต่ให้สังเกตอาการอยู่บ้าน แยกกักตัวจากชุมชนต่ออีกอย่างน้อย 10-14 วัน และเมื่อต้องกลับไปทำงาน หรือใช้ชีวิตตามปกติ ยังคงต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันตัวเช่นเดิม สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือให้สะอาด และเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล เพื่อป้องกันการกลับมาติดเชื้อโควิด-19 ซ้ำอีก ด้วยความห่วงใยจาก TIC ไทยประกันภัยนะครับ

 

ที่มา : เอกสารแนวทางปฏิบัติสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ในการให้คำแนะนำผู้ป่วยและการจัดบริการผู้ป่วยโควิด-19 แบบ Home Isolation (กรมควบคุมโรค), โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย, มติชนออนไลน์, เอกสารคำสั่งนายทะเบียน คปภ. , ไทยรัฐออนไลน์

เรื่องน่ารู้อื่นที่คุณอาจสนใจ

เรื่องน่ารู้ทั้งหมด