ทำความรู้จักเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ต่างๆ ในประเทศไทย

นับตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา หรือโควิด-19  ในเมืองอู่ฮั่น  มณฑลหูเป่ย์ ประเทศจีน เมื่อเดือนธันวาคม ปี 2562  เชื้อโควิด-19 ก็ได้แพร่กระจายไปทั่วโลกโดยการติดต่อจากคนสู่คน และกลายพันธุ์ไปตามสภาพแวดล้อมของแต่ละพื้นที่ จนทำให้ตอนนี้ทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย มีการแพร่ระบาดอยู่หลากหลายสายพันธุ์เลยทีเดียว วันนี้ TIC ประกันภัยจะพาไปรู้จักกับเชื้อโควิด-19 แต่ละสายพันธุ์ที่ระบาดอยู่ในประเทศไทย และความน่ากลัวของแต่ละสายพันธุ์จะเป็นอย่างไรไปดูกัน

 

ไวรัสโคโรนา หรือเชื้อโควิด-19 คืออะไร?

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับเชื้อไวรัสโคโรนาหรือเชื้อโควิด-19 กันก่อน ไวรัสโคโรนา (Coronavirus) เป็นไวรัสที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่มีสารพันธุกรรมเป็นอาร์เอ็นเอ และมีเปลือกหุ้มด้านนอกที่ประกอบด้วยโปรตีนคลุมด้วยกลุ่มคาร์โบไฮเดรทเป็นปุ่มๆ (spikes) ยื่นออกไปจากอนุภาคไวรัส ทำให้เมื่อดูด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน จะเห็นเป็นเหมือนมงกุฎล้อมรอบ  ซึ่งในภาษาลาติน Corona แปลว่า Crown หรือ มงกุฎ  จึงเป็นที่มาของชื่อเชื้อไวรัสในกลุ่มนี้นั่นเอง  โดยไวรัสโคโรนาถูกพบครั้งแรกในปี 1960 แต่ยังไม่ทราบแหล่งที่มาอย่างชัดเจนว่ามาจากที่ใด แต่ก็เป็นไวรัสที่สามารถติดเชื้อได้ทั้งในมนุษย์และสัตว์ โดยก่อให้เกิดโรคทั้งระบบทางเดินหายใจและทางเดินอาหาร  ซึ่งก่อนหน้านี้มีการค้นพบไวรัสสายพันธุ์นี้แล้วทั้งหมด 6 สายพันธุ์ ส่วนสายพันธุ์ที่กำลังแพร่ระบาดหนักทั่วโลกตอนนี้เป็นสายพันธุ์ที่ยังไม่เคยมีมาก่อน คือ สายพันธุ์ที่ 7 จึงถูกเรียกว่าเป็น “ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ” (Novel coronavirus 2019, 2019-nCoV) และในภายหลังจึงถูกตั้งชื่ออย่างเป็นทางการว่า “โควิด-19” (COVID-19)  

 

เชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ที่มีการระบาดแพร่หลายในประเทศไทย

สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในประเทศไทย เราพบผู้ติดเชื้อรายแรกเป็นนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2563 ซึ่งในช่วงแรกจะพบการติดเชื้อเฉพาะผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ จากนั้นจึงค่อยเกิดการแพร่ระบาดในประเทศเกิดขึ้น โดยสายพันธุ์ดั่งเดิมที่แพร่ระบาดในช่วงปี 2563 คือสายพันธุ์ A.6 ก่อนที่จะพบสายพันธุ์ B.1.36.16  ที่มาจากประเทศเมียนมาร์ ซึ่งระบาดในประเทศไทยเมื่อต้นปี 2564 และปัจจุบันยังพบการระบาดของสายพันธุ์อื่นๆ อีก 3 สายพันธุ์หลัก  ได้แก่

 

  1. สายพันธุ์อังกฤษ (B.1.1.7) พบครั้งแรกที่เมืองเคนต์ ของอังกฤษ เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2563 และเข้ามาระบาดในประเทศไทยเมื่อปลายเดือนมีนาคม 2564 ซึ่งจากข้อมูลในห้องทดลองพบว่า สายพันธุ์นี้มีการแพร่กระจายได้ง่ายขึ้นกว่าสายพันธุ์อื่นๆประมาณ 40-70% นอกจากนี้ยังพบว่ามีความรุนแรงมากขึ้น ทำให้มีอัตราการเจ็บป่วยและเสียชีวิตสูงขึ้นถึง 30%

  2. สายพันธุ์แอฟริกาใต้ (501Y.V2 หรือ B.1.351) พบครั้งแรกในอ่าวเนลสันแมนเดลา เมืองอีสเทิร์นเคป ของแอฟริกาใต้ เมื่อเดือนตุลาคม 2563 ซึ่งในประเทศไทยตรวจพบบริเวณคลัสเตอร์ที่ตากใบ จ.นราธิวาส ในช่วงพฤษภาคม 2564 ไวรัสสายพันธุ์นี้มีการกลายพันธุ์ในตำแหน่งสำคัญ จึงทำให้เชื้อไวรัสมีความสามารถในการหลบหลีกภูมิคุ้มกันของร่างกายที่สร้างขึ้นมาได้ นั่นหมายความว่าผู้ที่เคยติดเชื้อแล้ว หรือได้รับวัคซีนแล้ว แม้จะมีภูมิคุ้มกันก็อาจจะยังสามารถติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์แอฟริกาใต้ซ้ำได้อีก นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติจับตัวเซลล์ได้ดีขึ้น จึงทำให้ติดเชื้อง่ายขึ้นด้วย 

  3. สายพันธุ์อินเดีย (B.1.617.1 และ B.1.617.2) พบครั้งแรกในประเทศอินเดีย ก่อนจะมีการกระจายไปในหลายสิบประเทศ โดยในประเทศไทยพบที่คลัสเตอร์แคมป์คนงานหลักสี่  ไวรัสสายพันธุ์นี้ได้รับการยกระดับเป็นไวรัสกลายพันธุ์ที่น่ากังวลใจ (VOC) ในต้นเดือนพฤษภาคม 2564 เนื่องจาก มีการแพร่ระบาดได้รวดเร็วกว่าสายพันธุ์อังกฤษถึง 60%

 

โควิด-19 สายพันธุ์เดลต้า เบต้า อัลฟ่า คืออะไร

หากใครติดตามข่าวเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในระยะนี้ ก็มักจะได้ยินคำว่าเชื้อโควิดสายพันธุ์เดลต้า สายพันธุ์อัลฟ่า สายพันธุ์เบต้า ฯลฯ ซึ่งหลายคนก็สงสัยว่ามันแตกต่างจากสายพันธุ์ที่เรากล่าวมาแล้วข้างต้นอย่างไร? แท้จริงๆแล้วมันก็คือสายพันธุ์เดียวกันนั่นเอง แต่ทางองค์การอนามัยโลก (WHO) มีการเปลี่ยนชื่อในการเรียกสายพันธุ์โควิด-19 จากชื่อประเทศที่พบเชื้อครั้งแรกเป็นระบบตัวอักษรภาษากรีกแทน เช่น อัลฟ่า เบต้า แกมมา และเดลต้า เพื่อลดการตีตราประเทศนั้นๆ ว่าเป็นต้นตอการระบาดของเชื้อโรคโควิด-19 โดยมีการบัญญัติชื่อเรียกสายพันธุ์โควิดใหม่ ดังนี้

  • สายพันธุ์อัลฟ่า  (Alpha) ใช้เรียกแทนสายพันธุ์อังกฤษ (B.1.1.7) 
  • สายพันธุ์เดลต้า (Delta)  ใช้เรียกแทนสายพันธุ์อินเดีย (B.1.617.2)
  • สายพันธุ์เบตา (Beta) ใช้เรียกแทนสายพันธุ์แอฟริกาใต้ (B.1.351) 
  • สายพันธุ์แกมมา (Gamma) ใช้เรียกแทนสายพันธุ์บราซิล (P.1) 

นอกจากนี้ยังมีชื่อสายพันธุ์อื่นๆที่ตั้งตามอักษรกรีก และน่าจับตามอง ดังนี้

  • สายพันธุ์เอปไซลอน (Epsilon) ใช้เรียกสายพันธุ์ B.1.427 / B.1.429 ที่ตรวจพบครั้งแรกในสหรัฐฯ
  • ซีตา (Zeta) ใช้เรียกสายพันธุ์ P.2 ที่ตรวจพบครั้งแรกในบราซิล
  • อีตา (Eta) ใช้เรียกสายพันธุ์ B.1.525 ที่ตรวจพบครั้งแรกในหลายประเทศ
  • ธีตา (Theta) ใช้เรียกสายพันธุ์ P.3 ที่ตรวจพบครั้งแรกในฟิลิปปินส์
  • ไอโอตา (Iota) ใช้เรียกสายพันธุ์ B.1.526 ที่ตรวจพบครั้งแรกในสหรัฐฯ
  • แคปปา (Kappa) ใช้เรียกสายพันธุ์ B.1.617.1 ที่ตรวจพบครั้งแรกในอินเดีย

 

แต่ไม่ว่าจะเป็นเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ไหน มีชื่อเรียกว่าอะไร แน่นอนเราทุกคนคงไม่มีใครอยากจะได้รับเชื้อกันทั้งนั้น  ซึ่งหนึ่งวิธีที่อาจจะช่วยป้องกันความรุนแรงของเชื้อโควิด-19 ได้คือการไปฉีดวัคซีน และนอกจากนั้นยังคงต้องเว้นระยะห่าง หมั่นล้างมือบ่อยๆ เหมือนเดิมจะได้ปลอดภัยจากโรคโควิด-19 กันนะครับ

 

 

ที่มา : ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล, กรมควบคุมโรค, BBC News l ไทย, bangkokbiznews.com

เรื่องน่ารู้อื่นที่คุณอาจสนใจ

เรื่องน่ารู้ทั้งหมด