รวมวิธีสังเกตข่าวปลอม (Fake News) รู้ไว้ปลอดภัยในยุคโซเชียล

ในยุคที่โลกโซเชียล และเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของทุกคน การเสพข่าวสาร หรือการทำธุรกรรมต่างๆ บนโลกออนไลน์กลายเป็นเรื่องง่ายๆ ที่ใครก็สามารถเข้าถึงได้ แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าสิ่งที่เห็นนั้นเป็นข่าวจริงที่เชื่อถือได้ หรือเป็นข่าวปลอม (Fake News) ที่สร้างความเข้าใจผิด ไปจนกระทั่งหลอกลวงเพื่อที่จะเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของเรา และแอบอ้างเอาไปใช้ในทางที่ผิดกฏหมายกันแน่ วันนี้ TIC ไทยประกันภัย เลยจะพาทุกคนไปรู้จักวิธีสังเกตข่าวปลอม (Fake News) และมิจฉาชีพที่อาจแฝงตัวอยู่ในช่องทางออนไลน์ เพื่อเพิ่มความระมัดระวัง สร้างความปลอดภัยในการใช้งานมากขึ้นครับ

 

ช่องทางในโลกออนไลน์ที่มิจฉาชีพมักจะแฝงตัวอยู่

อย่างที่รู้กันดีทุกวันนี้เรามีแอปพลิเคชันมากมายที่เข้ามาช่วยในเรื่องการติดต่อสื่อสาร การซื้อสินค้า และบริการต่างๆ เพื่อความสะดวก และรวดเร็ว ประหยัดเวลา และค่าใช้จ่ายในการเดินทางมากขึ้น แต่นี่ก็อาจเป็นการเปิดโอกาสให้เหล่ามิจฉาชีพมีช่องทางในการหลอกลวงมากยิ่งขึ้นเช่นกัน ทั้งรูปแบบการสวมรอยเพื่อขอยืมเงิน การหลอกขายสินค้าบริการ หรือการแฮกข้อมูลส่วนตัว เป็นต้น โดยช่องทางที่เราต้องเพิ่มความระมัดระวังในการใช้เป็นพิเศษ ได้แก่

 

  • แอปพลิเคชันแชท

การติดต่อสื่อสารผ่านแอปพลิเคชันแชทถือเป็นช่องทางหลักที่นิยมใช้กันอย่างกันอย่างแพร่หลายในยุคปัจจุบัน เพราะสะดวก และทุกคนสามารถเข้าถึงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่มีการล็อกดาวน์ หรือ Work From Home แทบจะเป็นแอปพลิเคชันที่ใช้งานมากที่สุดต่อวันเลยก็ว่าได้ โดยการใช้งานส่วนใหญ่มักจะเป็นการพิมพ์โต้ตอบ จึงไม่สามารถยืนยันตัวบุคคลได้ว่าคู่สนทนาของของเราเป็นตัวจริงหรือไม่ ทำให้เกิดการสวมรอย หลอกลวงยืมเงิน หรือการทำการอื่นๆ โดยใช้ชื่อ และภาพของผู้ใช้งานให้เหมือนกันได้ ดังนั้นวิธีป้องการมิจฉาชีพทางแอปพลิเคชันไลน์เบื้องต้น สามารถทำได้ดังนี้

 

  1. การตั้งรหัสผ่าน ให้มีความยาวอย่างน้อย 8 ตัวอักษร ประกอบด้วย ตัวอักษรพิมพ์เล็ก-ใหญ่ รวมไปถึงตัวเลขและอักขระพิเศษ เพื่อให้ยากต่อการคาดเดา
  2. ระมัดระวังการ Download หรือ กด Link ที่น่าสงสัย
  3. หากรู้สึกผิดสังเกต ให้สอบถามคู่สนทนาด้วยคำถามเฉพาะเจาะจง หรือใช้โทรศัพท์เพื่อสอบถามคู่สนทนาโดยตรง
  4. ไม่ตั้งค่า Auto Log-in บนเครื่องคอมพิวเตอร์ เนื่องจากเสี่ยงต่อการถูกดัก Password

 

  • ช่องทางโซเชียลมีเดีย เช่น Facebook, Instagram, Twitter ฯลฯ

ช่องทางโซเชียลมีเดียถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่คนไทยนิยมใช้กันมาก โดยมีหลากหลายแอปพลิเคชัน ได้แก่ Facebook, Instagram, Tweitter, TikTok เป็นต้น ซึ่งมิจฉาชีพที่แฝงเข้ามานั้น อาจคล้ายคลึงกับช่องทางแอปพลิเคชันแชท คือการสวมรอยเป็นบุคคลที่เรารู้จักเพื่อหลอกลวง แต่อีกหนึ่งอันตรายที่มักพบบ่อยไม่แพ้กันในช่องทางโซเชียลมีเดียก็คือ “การโดนแฮกข้อมูล” จากการเล่น Quiz หรือเกมต่างๆ โดยโปรแกรมเหล่านี้มักจะมีการแอบเก็บข้อมูลของคุณเอาไว้ผ่านการกดอนุญาตให้เก็บข้อมูลได้ ซึ่งวิธีการป้องกันเบื้องต้นได้แก่

 

  1. หมั่นตรวจสอบแอปพลิเคชัน ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงบัญชีผู้ใช้งานของคุณ
  2. เปิดการแจ้งเตือนเมื่อมีใครเข้าสู่บัญชีของคุณ และอาจเพิ่มการยืนยันตัวตนอีก 1 ขั้นตอน ผ่านการตั้งค่าบัญชีใน Facebook ได้
  3. ไม่รับเพิ่มเพื่อนกับบุคคลที่ไม่รู้จัก

 

  • Online Shopping

จากสถานการณ์โควิด-19 ที่แพร่ระบาดอย่างรุนแรงจนเกิดการล็อคดาวน์ ทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคอย่างเราเปลี่ยนไปซื้อสินค้าบนช่องทางออนไลน์มากขึ้น เนื่องจากความสะดวกสบายที่สามารถเลือกสรรสินค้าตามต้องการได้ทุกที่ ทุกเวลา โดยไม่ต้องออกจากบ้าน จึงอาจเป็นช่องทางให้มิจฉาชีพสบโอกาสในการหลอกลวงมากขึ้น ทั้งขายสินค้าปลอม หรือหลอกขายสินค้าโดยไม่ส่งให้ลูกค้า ดังนั้นเราควรจะมีการตรวจสอบและป้องกันเบื้องต้น ได้ดังนี้

 

  1. เลือกซื้อสินค้าผ่านแอปพลิเคชัน และร้านค้าที่น่าเชื่อถือเท่านั้น โดยอาจนำความคิดเห็นของผู้ที่เคยซื้อมประกอบการตัดสินใจ นอกจากนี้ควรมีนโยบายในการคืนเงิน หรือคืนสินค้าหากไม่ตรงตามรายละเอียดที่ผู้ขายแจ้ง
  2. ราคาของสินค้าไม่ควรถูกเกินกว่าราคาตลาดมากจนเกินไป
  3. เก็บหลักฐานการสั่งซื้อไว้เป็นหลักฐานทุกครั้ง และหากไม่แน่ใจว่าใบคำสั่งซื้อจะมีข้อมูลครบถ้วนหรือไม่ ให้ถ่ายรูปหน้าจอที่เห็นรายละเอียดสินค้าและยอดเงินที่เราจ่ายเก็บไว้ด้วย

 

  • Digital Banking

การทำธุรกรรมทางการเงินผ่านช่องออนไลน์ในปัจจุบัน ทั้งสะดวกรวดเร็ว ประหยัดเวลาการเดินทาง การไปรอคิวรับบริการที่สาขา และยังฟรีค่าธรรมเนียมอีกด้วย ทำให้หลายคนเริ่มหันมาใช้บริการนี้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงการซื้อของผ่านช่องทางออนไลน์ก็เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมทางการเงินผ่าน Digital banking เช่นเดียวกัน แต่ถ้าใช้แบบไม่ระมัดระวัง ก็อาจทำให้ผู้ที่ไม่ประสงค์ดีได้รับข้อมูลส่วนตัวไปทำธุรกรรมออนไลน์ของเราได้ ดังนั้นเราจึงควรเพิ่มความรอบคอบ และป้องกันไม่ให้มิจฉาชีพขโมยข้อมูลของเราไปได้โดย

 

  1. ควรเปลี่ยนรหัสผ่านทุก 6 เดือน และตั้งค่าการสแกนนิ้วหรือใบหน้า เพื่อยืนยันตัวตนก่อนทำธุรกรรม
  2. หลีกเลี่ยงการทำธุรกรรมระหว่างใช้ wifi สาธารณะ
  3. Update ระบบปฏิบัติการบนอุปกรณ์อยู่เสมอ
  4. กรณีใช้จ่ายด้วยบัตรเครดิต ควรตรวจสอบยอดว่าตรงกับที่เราใช้จ่ายไปหรือไม่ หากไม่ตรงหรือไม่ได้มีการใช้จริง ให้รีบติดต่อธนาคารผู้ออกบัตรเพื่อระงับการใช้บัตรด่วน

 

วิธีสังเกตข้อมูลหรือข่าวปลอม (Fake News) บนโลกออนไลน์

นอกจากการใช้งานบริการต่างๆบนโลกออนไลน์แล้ว อีกสิ่งที่เรามักจะพบเห็นบ่อยๆก็คือการแชร์ข่าวสาร บทความ หรือข้อมูลต่างๆบนโลกออนไลน์ โดยเฉพาะในสื่อโซเซียลมีเดีย โดยที่เราไม่รู้เลยว่าข่าวนั้นๆเชื่อถือได้จริง หรือมั่วเป็นข่าวปลอม (Fake News) เพราะฉะนั้นก่อนแชร์ข้อมูลเหล่านี้ออกไป เราควรเช็กให้ถี่ถ้วนเพื่อไม่ให้บุคคลอื่นเกิดความเข้าใจผิด หรือได้รับความเสียหายจากข้อมูลอันเป็นเท็จได้ ซึ่งจะมีวิธีสังเกตข่าวปลอม (Fake News) อย่างไรไปดูกันเลย

 

  1. สังเกตข้อความพาดหัว – ข่าวปลอมมักมีข้อความพาดหัวที่น่าตื่นเต้น ตื่นตระหนก หรือดึงดูดความสนใจเป็นพิเศษ โดยมีการใช้ตัวหนังสือให้โดดเด่น และเครื่องหมายอัศเจรีย์ หากพิจารณาดูแล้วเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อเกินจริง ไม่มีแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ ข่าวนั้นน่าจะเป็นข่าวปลอม
  2. สังเกตที่ URL ของเว็บไซต์ – เว็บไซต์ข่าวปลอมหรือหลอกลวง มักจะมีการเลียนแบบ URL ให้ใกล้เคียงกับแหล่งข่าวจริงที่น่าเชื่อถือได้ โดยมีการปรับเปลี่ยนเพียงเล็กน้อย ดังนั้นให้ลองสังเกตปรียบเทียบกับเว็บไซต์จริง
  3. สังเกตตรวจสอบวันที่ - ข่าวปลอมอาจจะมีลำดับเหตุการณ์ที่ไม่สมเหตุผล หรือมีการเปลี่ยนแปลงวันที่ของเหตุการณ์จริง ให้พึงระวังไว้ว่านี่อาจเป็นข่าวปลอมอย่าโพสต์ หรือแชร์ต่อ
  4. สังเกตการจัดรูปแบบ หรือรูปภาพที่ผิดปกติ - เว็บไซต์ข่าวปลอมจำนวนมากมักมีการสะกดผิดหรือวางเลย์เอาต์ไม่ปกติ ให้ลองอ่านอย่างระมัดระวังอาจจะเห็นสัญญาณเหล่านี้ รวมถึงมักมีการใช้รูปภาพ หรือวีดีโอที่ไม่เป็นความจริงหรือจากข่าวเก่า ซึ่งอาจจะไม่เกี่ยวข้องกับบริบทของเรื่องราวของข่าวนั้นๆ
  5. สังเกตแหล่งที่มาน่าเชื่อถือ และตรวจสอบได้ – ตรวจดูให้แน่ใจว่าเรื่องราวเขียนขึ้นโดยมีแหล่งที่มาที่น่าเชื่อถือ มีผู้เขียน หรือหลักฐานจากผู้เชี่ยวชาญที่น่าเชื่อถือในด้านนั้นๆยืนยันว่าถูกต้อง หรือมาจากองค์กรที่เป็นที่รู้จักน่าเชื่อถือ หากไม่มีที่ไม่มีชื่อเสียง อาจระบุได้ว่าข่าวดังกล่าวเป็นข่าวปลอม

 

และถ้าไม่อยากเจอข่าวปลอม โดยเฉพาะสถานการณ์โควิด-19 ในปัจจุบันที่สร้างความสับสนให้หลายๆคนมาแล้ว TIC ไทยประกันภัยขอแนะนำให้ลองแอดไลน์พี่ช้าง @PChang (หรือคลิก https://bit.ly/LINEPChang) แล้วเข้าไปที่เมนู TIC COVID ALERT จากนั้นเลือก “ศูนย์รวมข่าวโควิด-19” คุณก็จะได้พบกับข่าวสารมากมายจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ รวมถึงสาระน่ารู้เกี่ยวกับเรื่องโควิด-19 จากไทยประกันภัยด้วย รับรองข่าวจริง ไม่มั่ว เชื่อถือได้แน่นอนครับ

 

ที่มา : เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ, กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, https://www.kasikornbank.com/