พ.ร.บ. กับ ประกันภัย ต้องมีทั้ง 2 อย่างจริงหรือ?

เชื่อได้เลยว่าบางคนอาจจะกำลังสับสนว่า ทั้ง พ.ร.บ. , ภาษี และประกันภัยประเภทต่างๆนั้น มีความแตกต่างกัน และมีความจำเป็นมากน้อยขนาดไหน

หลายคนที่เป็นเจ้าของรถ หรือขับขี่สัญจรบนท้องถนนเป็นประจำ อาจจะคุ้นหูกับคำว่า พ.ร.บ. , การต่อภาษีรถ และประกันภัยประเภทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นประกันชั้น 1, 2 หรือ 3 แต่เชื่อได้เลยว่าบางคนอาจจะกำลังสับสนว่าสิ่งเหล่านี้  ทั้ง  พ.ร.บ. , ภาษี และประกันภัยประเภทต่างๆนั้น  มีความแตกต่างกัน และมีความจำเป็นมากน้อยขนาดไหน  วันนี้ TIC ประกันภัยจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกัน

 

พ.ร.บ. รถยนต์ คืออะไร 

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับ พ.ร.บ. หรือที่เราเรียกเต็มๆ ว่า พระราชบัญญัติ  โดย พ.ร.บ. ที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้รถใช้ถนนก็คือ พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ซึ่งเป็นการทำประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ ที่กฏหมายบังคับให้ยานพาหนะทางบกทุกประเภทที่จดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก  ต้องทำประกัน พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ เพื่อให้ความคุ้มครองกับตัวบุคคลที่ได้รับผลจากอุบัติเหตุ ซึ่งกฎหมายจะให้ความคุ้มครองต่อทั้งตัวคู่กรณี และผู้เอาประกันเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ในรูปแบบของเงินชดเชย และค่ารักษาพยาบาลตามที่กฎหมายกำหนด โดยมีวงเงินคุ้มครอง ดังนี้

  1. ค่ารักษาพยาบาลจากการบาดเจ็บ  ไม่เกิน 80,000 บาท ต่อคน

   2. กรณีเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพถาวร  ไม่เกิน 500,000 บาท ต่อคน

   3. เงินชดเชยรายวัน (เฉพาะผู้ป่วยใน และรวมกันไม่เกิน 20 วัน) 200 บาท ต่อวัน 

   4. วงเงินความคุ้มครองต่อครั้ง  ไม่เกิน 5,000,000 บาท

โดย พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ  จำเป็นที่จะต้องใช้ประกอบการต่อภาษีรถยนต์ หรือการต่อทะเบียนรถประจำปีด้วย  ซึ่งเจ้าของรถต้องเก็บรักษาหลักฐานการมี พ.ร.บ.นี้ไว้ พร้อมแสดงต่อเจ้าหน้าที่ทุกเวลาที่ใช้รถยนต์ หากรถยนต์คันใดไม่มีจะมีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท 

อ่านมาถึงตรงนี้  หลายคนก็ยังอาจจะสงสัยว่าถ้ามี พ.ร.บ. แล้ว การทำประกันภัยรถยนต์ยังจำเป็นอยู่หรือไม่  แล้วมันแตกต่างกันอย่างไร เราไปดูกันเลย

 

ประกันภัยรถยนต์ แตกต่างจาก พ.ร.บ. อย่างไร?

สำหรับประกันภัยที่เรามักจะคุ้นชินได้ยินกันบ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นประกันชั้น 1, 2, 3 หรือ 2+ และ 3+ นั้น แท้จริงแล้วประกันภัยเหล่านี้เป็นประกันภัยที่จัดอยู่ในกลุ่มของประกันภัยภาคสมัครใจ  คือเป็นการซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติมจากที่ได้รับจาก พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ซึ่งกฏหมายไม่ได้บังคับ 

 

แต่ในกรณีที่เราเป็นต้นเหตุทำให้เกิดความเสียหายต่อชีวิต และทรัพย์สิน  ตัว พ.ร.บ. ปกติจะช่วยคุ้มครองเท่าที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น ซึ่งถ้าความเสียหายนั้นเกิดขึ้นมากเกินกว่าที่ พ.ร.บ. คุ้มครอง โดยเฉพาะถ้าเราเป็นฝ่ายผิด เราจะต้องเป็นผู้ที่รับผิดชอบต่อความเสียหายนั้นเอง  ดังนั้นถ้าหากเรามีประกันภัยที่ซื้อเพิ่มเติมเอาไว้ ส่วนนี้ทางประกันภัยจะเข้ามาช่วยรับผิดชอบในความเสียหาย  ซึ่งจะช่วยให้คุณประหยัดเงิน และลดความยุ่งยากในการดำเนินการต่างๆด้วย  เพราะทางประกันภัยจะเข้ามาอำนวยความสะดวกในทุกขั้นตอน  และนอกจากนี้การทำประกันภัยบางประเภทยังคุ้มครองรถถยนต์ของคุณในกรณีที่ถูกโจรกรรม หรือประสบภัยน้ำท่วม  ไฟไหม้ ได้อีกด้วย โดยประกันภัยรถยนต์ทั่วไปหลักๆ จะมี 5 ประเภท ได้แก่

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 จะให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมมากที่สุด คือ คุ้มครองทั้งความเสียหายต่อบุคคล และรถยนต์ ทั้งที่มีคู่กรณี และไม่มีคู่กรณี รวมถึงการเกิดเหตุไฟไหม้ น้ำท่วม และการสูญหายด้วย

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2 จะรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นกับบุคคลในรถ และบุคคลภายนอก รวมถึงความเสียหายที่เกิดกับรถยนต์จากการเกิดเหตุชน ไฟไหม้ น้ำท่วม และการสูญหาย

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3 จะรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นกับบุคคลภายนอก และความเสียหายที่เกิดกับรถยนต์จากการชน และน้ำท่วม 

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ จะรับผิดชอบต่อความเสียหายในกรณีเดียวกับประกันชั้น 2 แต่เพิ่มความรับผิดต่อในส่วนของความเสียหายต่อตัวรถยนต์คันเอาประกันภัย แต่เฉพาะกรณีที่ชนกับยานพาหนะทางบกเท่านั้น และจำเป็นต้องมีคู่กรณีด้วย

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3+ จะรับผิดชอบต่อความเสียหายในกรณีเดียวกับประกันชั้น 3 แต่คุ้มครองรถยนต์คันเอาประกันภัยในวงเงินจำกัด และเฉพาะกรณีที่ชนกับยานพาหนะทางบกเท่านั้น

 

และนอกจากนี้ TIC ไทยประกันภัย ยังมีประกันภัยแบบพิเศษเอาใจคนขับรถดี  ได้แก่ ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ขับดีมีคืน ,ประกันภัยรถยนต์ 2+ ขับดีมีคืน และ ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3+ ขับดีมีคืน เพราะจะมีการคืนเบี้ยประกันให้ตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยสามารถดูรายละเอียดเปรียบเทียบแบบประกันได้ ที่นี่

 

แต่ไม่ว่าเราจะเลือกทำประกันภัยรถยนต์แบบใดก็ตาม การมีประกันภัยภาคสมัครใจเพิ่มเติมไว้ อุ่นใจกว่าแน่นอน ☺

สามารถติดตามข่าวสาร TIC ไทยประกันภัยได้ที่ Facebook พี่ช้างไทยประกันภัยเว็บไซต์ TIC ไทยประกันภัย,  LINE (ติดต่อซื้อประกันภัย) @Pchang, Call Center โทร. 0 2613 0123 (ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง), แจ้งอุบัติเหตุสายด่วน โทร. 1309

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
**ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจในรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง

 

เรื่องน่ารู้อื่นที่คุณอาจสนใจ

เรื่องน่ารู้ทั้งหมด