รับมือ 5 สัตว์ร้าย...อันตรายหน้าฝน

หนึ่งภัยอันตรายใกล้ตัวที่มักจะมาพร้อมกับสายฝน ก็คือ สัตว์เลื้อยคลาน และแมลงมีพิษต่างๆ ที่เข้ามาในบริเวณบ้าน  ซึ่งไม่เพียงแต่ก่อให้เกิดความรำคาญหรือกวนใจ แต่ยังอาจจะทำให้คุณได้รับอันตรายจากพิษของมันด้วย วันนี้ TIC ประกันภัยจะพาไปรู้จักกับสัตว์ร้ายที่มักจะมาพร้อมหน้าฝน และวิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อโดนสัตว์เหล่านี้ทำร้ายด้วย ไปดูกันเลย

 

1. งู

งูเป็นสัตว์มีพิษที่น่ากลัวอันดับต้นๆ ของใครหลายคนเลยก็ว่าได้  ซึ่งมักจะชอบอาศัยอยู่ในบริเวณที่ชื้นแฉะรกร้าง โดยเฉพาะในหน้าฝนจะพบว่ามีงูเข้ามาซ่อนตัวในบริเวณบ้านบ่อยครั้ง สายพันธุ์ที่พบมากในประเทศไทย ได้แก่ งูเห่า งูจงอาง งูแมวเซา งูเขียวหางไหม้ งูเหลือม งูหลาม เป็นต้น วิธีสังเกตงูที่มีพิษส่วนใหญ่จะมีดวงตาเป็นรูปวงรีหัวเป็นรูปสามเหลี่ยมมีรอยบุ๋มอยู่ตรงกลางระหว่างหัวตา และที่สำคัญ คือ มีเขี้ยว ซึ่งพิษของงูส่วนใหญ่จะมีผลต่อระบบประสาท ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง และเป็นอัมพาต ไปจนถึงเสียชีวิตได้ หากพบงูอยู่ในบ้านให้โทรติดต่อสายด่วน 199 เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญมาจับงู

วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อโดนงูกัด : 

  • ล้างแผลด้วยน้ำสะอาด หรือยาฆ่าเชื้อ เช่น แฮลกอฮอล์ หรือทิงเจอร์ไอโอดีน และพยายามให้บริเวณที่ถูกงูกัดเคลื่อนไหวน้อยที่สุด 
  • ไม่ควรกรีดหรือดูดเลือดบริเวณที่ถูกกัด และไม่ควรขันชะเนาะหากไม่รู้วิธีที่ถูกต้อง 
  • รีบพาผู้ป่วยไปพบแพทย์ทันที และให้จดจำลักษณะหรือชนิดของงูที่กัดด้วย เพื่อการรักษาที่ถูกต้อง

 

2. แมงป่อง

แมงป่องเป็นสัตว์มีพิษอีกหนึ่งชนิดที่ชอบอาศัยอยู่ในที่ชื้นและมืด จึงมักพบมากในช่วงหน้าฝน ตามใต้ใบไม้  กองใบไม้  ใต้ก้อนหิน หรือแม้กระทั่งตามรอยแตกใต้พื้นบ้านที่มีความชื้นสูง โดยแมงปล่องจะมีต่อมพิษอยู่บริเวณปล้องสุดท้ายของหาง และตรงปลายปล้องจะมีอวัยวะที่ใช้ในการต่อย  ซึ่งแมงป่องแต่ละพันธุ์จะมีจำนวนน้ำพิษ และความรุนแรงไม่เท่ากัน อาจทำให้เกิดอาการเจ็บเพียงเล็กน้อย เช่น บวม แดง ปวดร้อน ซึ่งมักจะเป็นในวันแรกและหายได้เอง แต่หากมีอาการรุนแรงพิษจะมีผลต่อระบบประสาท และระบบโลหิต ทำให้ปวดกล้ามเนื้อและกระดูก หัวใจเต้นเร็ว หายใจเร็ว ความดันโลหิตสูง จนถึงขั้นเสียชีวิตได้

วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อโดนแมงป่องต่อย : 

  • ทำความสะอาดบริเวณที่ถูกต่อยด้วยน้ำสะอาด 
  • ประคบเย็น ครั้งละประมาณ 10 นาที เพื่อลดอาการบวม
  • ถ้ามีอาการปวดสามารถกินยาพาราเซตามอลเพื่อแก้ปวดได้  
  • หากมีอาการแพ้รุนแรง เช่น หายใจไม่สะดวก หัวใจเต้นเร็ว ให้รีบไปพบแพทย์

 

3. แมลงก้นกระดก

แมลงก้นกระดก หรือด้วงก้นกระดก มีลักษณะหัวเป็นสีดำ ท้องเป็นสีส้ม และปล้องสุดท้ายของท้องจะเป็นสีดำ เวลาเกาะอยู่บนพื้นผิวจะงอส่วนท้องส่ายขึ้ยส่ายลง จึงเป็นที่มาของชื่อ แมลงก้นกระดกชอบอาศัยในที่ชื้นใกล้แหล่งน้ำ พงหญ้า หรือนาข้าว มักจะพบการระบาดในช่วงฤดูฝนจึงเป็นอีกหนึ่งภัยที่ต้องระวัง แมลงชนิดนี้ชอบเล่นไฟ จึงมักบินเข้าไปในบ้านหาแสงไฟเวลากลางคืน ถ้าหากมันมาเกาะตามร่างกายของเรา และเผลอไปตบ ตี หรือบี้ที่ตัวมัน จะมีการปล่อยของเหลวออกมา ซึ่งเป็นพิษต่อผิวหนัง  ทำให้เกิดผื่นแดง ตุ่มน้ำ และมีอาการปวดแสบปวดร้อน คัน ผิวไหม้ ตามบริเวณที่โดนน้ำพิษ  บางคนอาจมีอาการรุนแรงจนเป็นไข้ได้ด้วย โดยอาการเหล่านี้มักจะหายใน 1-2 สัปดาห์ 

วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อโดนแมลงก้นกระดก : 

  • หลังสัมผัสให้รีบล้างบริเวณที่สัมผัสด้วยน้ำสะอาดทันที
  • จุ่มหรือแช่บริเวณที่โดนแมลงในน้ำเย็น 5-10 นาที สลับกับการเป่าให้แห้ง 
  • หากมีอาการอักเสบรุนแรงให้รีบพบแพทย์

4. ปลิง

เป็นสัตว์ที่ชอบอาศัยอยู่ในน้ำนิ่ง และตามพื้นที่ที่ชื้นแฉะ หากใครที่ชอบผจญภัยท่องเที่ยวเข้าป่าในช่วงหน้าฝน คงจะรู้จักปลิงเป็นอย่างดี หรือแม้กระทั่งบริเวณใกล้แหล่งน้ำ หนอง คลองบึง ช่วงฝนตกน้ำท่วมก็มักจะพบเห็นปลิงปะปนมาบ่อยครั้ง  ซึ่งอันตรายของปลิงก็คือ จะกัดและดูดเลือด พร้อมปล่อยสารเข้าสู่ร่างกาย 2 ชนิด คือ ฮีสตามีน ที่จะกระตุ้นให้หลอดเลือดขยายตัว และฮีรูดีน มีฤทธิ์ต้านการแข็งตัวของเลือด ส่งผลให้คนที่ถูกกัดเลือดไหลไม่หยุด หรือถ้าปลิงหลุดเข้าไปในอวัยวะต่างๆของร่างกายอย่างเช่น ทวารหนัก ช่องคลอด หรือท่อปัสสาวะ แล้วเจาะเข้าอวัยวะสำคัญ อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อโดนปลิงดูดเลือด : 

  • หากเห็นตัวปลิงเกาะอยู่บนร่างกายไม่ควรดึงออกทันที เพราะจะทำให้เลือดไหลไม่หยุด และเนื้อฉีกขาดเป็นแผลใหญ่
  • ใช้น้ำเกลือเข้มข้น, เกลือป่น, น้ำส้มสายชูแท้ หรือแอลกอฮอล์ 70% เทราดบริเวณรอบๆ ปาก และตัวปลิง 
  • อาจใช้ไม้ขีด หรือไฟแช็ค ลนไฟบริเวณตัวปลิง ก็จะทำให้ปลิงหลุดออกได้เช่นกัน
  • เมื่อปลิงหลุดออกแล้ว ให้ล้างด้วยน้ำสะอาด ใส่ยาฆ่าเชื้อ และปิดปากแผล เพื่อป้องกันการติดเชื้อ

 

5. ยุงลาย

ถือเป็นหนึ่งภัยร้ายหน้าฝนที่ใกล้ตัวเรามากๆ  และยากที่จะหลีกเลี่ยง เพราะไม่ว่าเราจะไปที่ไหน หรือแม้กระทั่งในบ้านของเราเองก็ต้องเผชิญกับยุงอยู่เสมอ ซึ่งยุงลายถือเป็นพาหะของโรคไข้เลือดออกที่มักจะระบาดหนักในทุกฤดูฝน ซึ่งถ้ารักษาไม่ทันท่วงทีก็อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต โดยผู้ป่วยไข้เลือดออกจะมีอาการไข้สูง 38.5 – 41 องศาเซลเซียส ประมาณ 2 - 7 วัน และมีอาการอ่อนเพลีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ มีจุดเลือดตามตัว หากอาการรุนแรงจะเหงื่อออก มือเท้าเย็น ชีพจรเต้นเบาแต่เร็ว ไข้เริ่มลดลง และนี่ถือเป็นสัญญาณอันตรายก่อนเกิดภาวะช็อก และเสียชีวิตได้

การป้องกันยุงลาย และโรคไข้เลือดออก : 

  • ป้องกันแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย สำรวจบริเวณบ้านไม่ให้มีแหล่งน้ำขังที่ยุงลายสามารถวางไข่ได้
  • หากมีอาการผิดปกติ ให้ทานยาลดไข้ (ห้ามใช้แอสไพริน) ดื่มน้ำมากๆ โดยดื่มน้ำผลไม้หรือเกลือแร่แทนน้ำเปล่า
  • หากอาการไม่ดีขึ้นใน 2 วัน ให้รีบไปพบแพทย์ทันที  เพราะอาการไข้เลือดออกจะแสดงชัดเจนในวันที่ 3 และ 4 ในระยะนี้ต้องอยู่ใกล้ชิดแพทย์

 

จะเห็นได้ว่าในช่วงนี้นอกจากจะต้องระวังโรคระบาดอย่างโควิด-19 แล้ว เมื่อเข้าสู่ฤดูฝนแบบนี้ยังมีโรคไข้เลือดออกที่เราก็ประมาทไม่ได้เช่นกัน ดังนั้นเลือกทำประกันสู้ยุง Happy Fighter จาก TIC ไทยประกันภัย ไว้อุ่นใจกว่า วงเงินคุ้มครองสูงสุดถึง 100,000 บาท*  กรณีตรวจเจอว่าเป็นโรคไข้เลือดออกทั้งผู้ป่วยนอก (OPD) และผู้ป่วยใน (IPD) ครอบคลุมผู้เอาประกันภัยทุกอาชีพ ตั้งแต่อายุ 1 วัน ถึง 65 ปี เบี้ยเริ่มต้นเพียง 290 บาท/ปี* สมัครง่ายๆได้แล้ววันนี้ที่ https://pchangonline.thaiins.com/ 

 

ติดตามข่าวสารและผลิตภัณฑ์ TIC ไทยประกันภัย ได้ที่ Facebook พี่ช้างไทยประกันภัย, เว็บไซต์พี่ช้างออนไลน์, LINE  @Pchang, Call Center โทร. 02-613-0123 (ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง) หรือ แจ้งอุบัติเหตุสายด่วน โทร. 1309

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

*ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจในรายละเอียดความคุ้มครอง และเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง

 

ข้อมูล : https://www.sanook.com/home/26919/, สสส., โรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์