รู้จักไทยประกันภัย

การเปิดเผยข้อมูลของบริษัทประกันวินาศภัย ตามประกาศ คปภ.

     2561
     แบบ ปผว.1 รายไตรมาส 1/2561
TH
     แบบ ปผว.1 รายไตรมาส 2/2561
TH
     งบการเงิน
     งบการเงินไตรมาส 1/2561
TH
     งบการเงินไตรมาส 2/2561
TH
     2560
     แบบ ปผว.1 รายปี 2560
TH

ประวัติบริษัท และความเป็นมา

              บริษัท ไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ถือกำเนิดขึ้นจากพระราชดำริของ สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าสมเด็จย่าของ  พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร  ด้วยทรงเล็งเห็นว่าควรจัดตั้งบริษัทประกันภัยของคนไทยขึ้น  เพื่อให้ ความช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่คนไทย และเพื่อ    ให้เงินทองหมุนเวียนสร้างประโยชน์ให้แก่คนไทย อย่างเต็มที่ บริษัทฯ จึงได้เริ่มเปิดดำเนินการ

               ในวันที่ 10 มกราคม พ.ศ.2481 ภายใต้ชื่อ “บริษัท สยามประกันภัย จำกัด” ดำเนินธุรกิจรับประกันวินาศภัยทุกชนิดนับ   เป็นบริษัทประกันภัยบริษัทแรกที่ใหญ่ที่สุดในขณะนั้น

               ในปี พ.ศ.2482 รัฐบาลได้เปลี่ยนชื่อประเทศจากประเทศสยาม เป็น ประเทศไทย บริษัทฯ จึงเปลี่ยนชื่อเป็น                    “บริษัท ไทยประกันภัย จำกัด”     และได้รับพระราชทานตราตั้งจาก พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช             มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ในปีเดียวกันนั้นเอง

               ในปี พ.ศ.2519 บริษัทฯ ได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยโดยใช้ชื่อย่อ TIC นับเป็นบริษัทประกันภัยบริษัทแรกที่เข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และได้แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน เมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ.2536

               ในปีพ.ศ.2546 บริษัทฯ ได้รับรางวัล Best Corporate Governance Report Award จาก SET Award 2003  ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

               ในปี พ.ศ.2554 บริษัทฯ ได้รับรางวัล บริษัทประกันวินาศภัยที่มีการพัฒนาดีเด่น อันดับ 2 ประจำปี 2553 จาก สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)

               ปัจจุบัน บริษัทฯ  มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ อาคารไทยประกันภัย เลขที่ 34/3 ซอยหลังสวน ถนนเพลินจิต       เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร และมีสาขา 13 แห่งในจังหวัด ระยอง ชลบุรี ขอนแก่น นครราชสีมา เชียงใหม่ พิษณุโลก นครปฐม  อุดรธานี นครสวรรค์ หาดใหญ่  สุราษฏร์ธานี ภูเก็ต และอยุธยา

วิสัยทัศน์ และภารกิจ

วิสัยทัศน์ (Vision)

" เร็ว ง่าย ให้พี่ช้างดูแล Speedy and Easy "

ภารกิจ (Mission)

" พัฒนาเทคโนโลยี และ บุคลากร เพื่อความเติบโตและสร้างกำไรอย่างยั่งยืน "

Mission 2020 Top 20 in 2020

สารจากประธานกรรมการ

 

              ในปี 2560 บริษัท ไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) มีผลประกอบการเป็นที่น่าพอใจ โดยมีเบี้ยประกันภัยรับจำนวน  2,259.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนจำนวน 188.82 ล้านบาท คิดเป็นอัตราร้อยละ 9.12 และในส่วนของรายได้จากการลงทุนและรายได้อื่นๆ มีจำนวนทั้งสิ้น 97.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.14 ล้านบาท คิดเป็นอัตราร้อยละ 40.34  เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2559  ในปีนี้เราได้เริ่มใช้ระบบปฏิบัติการภายในเพื่อวิเคราะห์  และควบคุมให้งานบริการรวดเร็วขึ้น  เพื่อตอบสนองนโยบายการให้ความสำคัญของคุณภาพ  งานบริการสำหรับกลุ่มลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้ารายย่อย ตัวแทนในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด เพื่อขยายเบี้ยรับประกันภัยในอนาคต

              สำหรับ ปี 2561  บริษัท ไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน)   ได้ตัดสินใจในก้าวสำคัญอีกขั้นหนึ่ง คือ การเข้าร่วมทุนกับ  บริษัท เครืออาคเนย์ จำกัด ผมในฐานะที่ได้รับมอบหมายภารกิจสำคัญในการร่วมทำงานกับทีมผู้บริหาร เชื่อมั่นว่า การร่วมทุนในครั้งนี้จะ  ทำให้ไทยประกันภัย เดินต่อไปได้อย่างมั่นคงและแข็งแกร่งขึ้น ด้วยการเป็นส่วนหนึ่งของ กลุ่มทีซีซี ที่มีธุรกิจขยายสู่ระดับภูมิภาค และ ระดับโลกอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัทในกลุ่มสามารถต่อยอดทางธุรกิจ เติบโตด้วยการสอดประสานจุดแข็งของธุรกิจต่างๆ ภายใน      กลุ่มได้อย่างดีเยี่ยม

              การบริหารงานของบริษัทฯ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันได้ยึดหลักธรรมาภิบาลด้วยดีเสมอมา ผมและคณะผู้บริหาร มีความ      ตั้งใจที่จะบริหารงานให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ทุกฝ่าย ตลอดจนผลักดันให้บริษัทฯ  ก้าวไปข้างหน้าและตอบสนองความต้องการ      ของลูกค้าในโลกธุรกิจที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และให้บริการอันดีเยี่ยมที่จะตอบโจทย์ความต้องการและนำมาซึ่งความ     พึงพอใจของลูกค้าไทยประกันภัยในปีนี้และปีต่อๆไป

 

คณะกรรมการบริษัท

 

 

 

 

คณะผู้บริหาร

โครงสร้างองค์กร

บรรษัทภิบาล

นโยบายเกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการที่ดี

บริษัท ไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) “บริษัท” โดยคณะกรรมการ ตระหนักและให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการกำกับดูแลกิจการ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อ ผู้ถือหุ้น ผู้ลงทุน ลูกค้า พนักงาน และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ว่าบริษัทมีกระบวนการจัดการที่ดี โปร่งใส มีมาตรฐาน และเป็นธรรมอย่างทั่วถึง นอกจากคณะกรรมการจะเคร่งครัดในการปฏิบัติหน้าที่ตามข้อบังคับของบริษัท ตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด ตามกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พระราชบัญญัติประกันวินาศภัย และตามกฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้องแล้ว คณะกรรมการได้กำหนดนโยบายในการกำกับดูแลกิจการขึ้นมาเพื่อเป็นการรวบรวมประเด็นที่สำคัญ นอกจากที่กำหนดไว้ในข้อบังคับข้อกฎหมาย เพื่อที่จะเน้นถึงบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการ ให้สอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อนำไปสู่การเติบโตที่ยั่งยืน และเป็นบริษัทที่ได้รับความไว้วางใจผู้ถือหุ้น ผู้ลงทุน ลูกค้า พนักงาน และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย

โดยบริษัทได้กำหนดนโยบาย หลักการเกี่ยวกับกำกับดูแลกิจการเพื่อถือเป็นหลักปฏิบัติ ดังต่อไปนี้

1. สิทธิ ของผู้ถือหุ้น

1.1 คณะกรรมการให้ความสำคัญอย่างเคร่งครัดต่อกฎระเบียบ ข้อกฎหมาย ที่กำหนดขึ้นมาเพื่อคุ้มครองสิทธิ และอำนวยความสะดวกให้ผู้ถือหุ้นในการใช้สิทธิตามที่พึงจะได้รับ เช่น สิทธิในลงคะแนนเสียงและการแสดงความเห็น สิทธิในการรับเงินปันผล เป็นต้น

1.2 คณะกรรมการต้องจัดให้มีการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ภายใน 4 เดือน นับจากวันสิ้นสุดของรอบปีบัญชีของบริษัท คณะกรรมการจะเรียกประชุมวิสามัญเมื่อใดก็ได้เมื่อมีเหตุสมควรที่ต้องขอมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น

1.3 ในการเรียกประชุมผู้ถือหุ้น ให้คณะกรรมการจัดทำเป็นหนังสือเชิญประชุมระบุ สถานที่ วัน เวลาระเบียบวาระการประชุม และเรื่องที่เสนอต่อที่ประชุมพร้อมด้วยรายละเอียดตามสมควร โดยระบุให้ชัดเจนว่าเป็นเรื่องที่เสนอเพื่อทราบ เพื่ออนุมัติ หรือเพื่อพิจารณา รวมทั้งความเห็นของคณะกรรมการในเรื่องดังกล่าว และจัดส่งให้ผู้ถือหุ้น พร้อมกับหนังสือมอบฉันทะหากผู้ถือหุ้นไม่อาจมาร่วมประชุมได้ด้วยตนเอง โดยจัดส่งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วันก่อนวันประชุม ทั้งนี้ให้โฆษณาบอกกล่าวการนัดประชุมนั้นในหนังสือพิมพ์ไม่น้อยกว่า 3 วันติดต่อกัน ก่อนวันประชุม

1.4 คณะกรรมการให้ความสำคัญในการจัดประชุมผู้ถือหุ้น โดยมอบหมายให้เลขานุการบริษัท และนายทะเบียนหุ้นของบริษัทดำเนินการจัดเตรียมการประชุมผู้ถือหุ้น ในการจัดส่งจดหมายนัดประชุมจัดเตรียมสถานที่ การให้ข่าวสารการประชุม การให้ความสะดวกในการประชุม รวมถึงการจัดเตรียมข้อมูลที่เปิดเผยเพียงพอเพื่อประกอบการตัดสินใจของผู้ถือหุ้น โดยมอบหมายให้เลขานุการบริษัท เป็นผู้กำหนดมาตรฐานแนวปฏิบัติในการประชุมผู้ถือหุ้น ให้สอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลและวิธีปฏิบัติที่ดี ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และหน่วยงานกำกับกำหนด

1.5 ในการประชุมผู้ถือหุ้น ประธานกรรมการต้องจัดสรรเวลาให้อย่างเหมาะสม และส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้นมีโอกาสแสดงความเห็นและตั้งคำถามอย่างเท่าเทียมกันต่อที่ประชุมตามระเบียบวาระการประชุม กรรมการ และประธานคณะอนุกรรมการชุดต่างๆ ควรเข้าประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อตอบคำถามที่ประชุม

2. การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียม

2.1 คณะกรรมการให้ความสำคัญอย่างเคร่งครัด ในการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นทุกราย รวมทั้งผู้ถือหุ้นส่วนน้อย และผู้ถือหุ้นต่างชาติ อย่างเท่าเทียมกัน

2.2 กำหนดการออกเสียงลงคะแนนของผู้ถือหุ้นแบบหนึ่งหุ้นต่อหนึ่งเสียง ในหุ้นทุกประเภท

2.3 เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นส่วนน้อย รวมกันไม่เกินร้อยละ 5 มีสิทธิเสนอเรื่องเพื่อบรรจุวาระในการประชุมผู้ถือหุ้น และการเสนอชื่อบุคคลเข้ารับการเลือกตั้งเป็นกรรมการ ตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทกำหนด เป็นการล่วงหน้า อย่างน้อย 3 เดือนก่อนวันสิ้นสุดรอบปีบัญชี

2.4 บริษัทแจ้งให้ผู้ถือหุ้นทุกรายให้ทราบเป็นการล่วงหน้า หากมีการเปลี่ยนแปลงวาระการประชุม หรือมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่สำคัญ หลังจากที่บริษัทส่งหนังสือเชิญประชุมแล้ว

2.5 เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นที่ไม่สามารถมาร่วมประชุมได้ด้วยตนเอง แสดงความเห็นด้วยหนังสือมอบฉันทะที่มีข้อความให้กำหนดความเห็นได้ พร้อมทั้งเสนอชื่อกรรมการอิสระให้เป็นทางเลือกในการมอบฉันทะ

2.6 ในวาระเลือกตั้งกรรมการ เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้น ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งกรรมการเป็นรายบุคคล

2.7 กำหนดวิธีการออกเสียงลงคะแนนอย่างโปร่งใส เช่น การใช้บัตรลงคะแนน ทั้งนี้วิธีการต้องเหมาะสมสอดคล้องกับจำนวนผู้เข้าร่วมประชุม วิธีปฏิบัติในการประชุมแจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบพร้อมหนังสือเชิญประชุม พร้อมทั้งชี้แจงให้ผู้ถือหุ้นทราบก่อนเริ่มประชุม เมื่อจบวาระจะแจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบคะแนนเป็นรายวาระ

3. การคำนึงถึงบทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย คณะกรรมการให้ความสำคัญต่อสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ได้แก่ ผู้ถือหุ้น พนักงาน ผู้บริหาร ลูกค้า คู่ค้า คู่แข่ง เจ้าหนี้ ตลอดจนสังคม ตระหนักถึงหน้าที่ความรับผิดชอบ โดยได้จัดทำจรรยาบรรณข้อพึงปฏิบัติที่ดี ให้พนักงานให้ความสำคัญต่อผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มต่างๆ การไม่ล่วงละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา การไม่ทุจริตไม่จ่ายสินบน รวมทั้งการไม่เป็นส่วนร่วมในการสนับสนุนการล่วงละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา การทุจริตติดสินบน ทั้งนี้เพื่อให้เกิดการตอบสนองต่อผลประโยชน์ให้แก่ทุกฝ่ายอย่างซื่อตรงและเป็นธรรม ซึ่งสามารถสรุปแนวทางปฏิบัติแยกตามกลุ่มต่างๆได้ดังนี้ ผู้ถือหุ้น มุ่งมั่นในการดำเนินงานที่จะรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ผู้ถือหุ้นด้วยผลตอบแทนที่ดีและการเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีการเปิดเผยข้อมูลต่อผู้ลงทุน ผู้ถือหุ้น อย่างถูกต้องครบถ้วนโปร่งใส และเชื่อถือได้ เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นทุกรายได้ใช้สิทธิอย่างเท่าเทียมกัน พนักงาน ให้โอกาสแก่พนักงานทุกระดับอย่างเท่าเทียมกันในการทำงาน และยึดหลักคุณธรรมและความยุติธรรมในการบริหารงานทรัพยากรบุคคล ทั้งค่าตอบแทน สวัสดิการ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพเพื่อความมั่นคงในอนาคตของพนัดงาน ตลอดจนให้ความสำคัญเรื่องการพัฒนาพนักงานทุกระดับ ในด้านความรู้ ทักษะ และค่านิยมที่ดีในการทำงาน มีการนำระบบการประเมินและการวัดผลอย่างเป็นธรรมตามความสามารถ (Competency) ใช้Balanced Scorecard เพื่อเป็นเครื่องมือสำหรับใช้ในการบริหารจัดการและประเมินผลการทำงาน โดยกำหนดดัชนีการวัดผลสำเร็จ (KPIs : Key Performance Indicators) มาวัดผลสำเร็จในการทำงานของพนักงานเพื่อเทียบกับเป้าหมาย ลูกค้า มุ่งมั่นในสร้างความพึงพอใจและมั่นใจให้แก่ลูกค้า โดยเสนอกรมธรรม์ที่มีคุณภาพมาตรฐาน ให้ความคุ้มครองที่เพียงพอและเหมาะสมในราคาที่ยุติธรรม และบริการที่ดีต่อลูกค้า กับทั้งให้ความสำคัญในการสร้างความสะดวกให้แก่ลูกค้า บริษัทฯเอาใจใส่และรับผิดชอบต่อลูกค้าโดยมีหน่วยงานที่ติดตาม ส่งแบบสอบถามความพึงพอใจของลูกค้า และรับเรื่องร้องเรียนนำมาปรับปรุงการบริการอยู่เสมอ คู่ค้า มุ่งมั่นที่สร้างความสัมพันธ์ที่ดีเอื้อประโยชน์ร่วมกัน และเพื่อเป็นการรักษาสิทธิของคู่ค้า ในธุรกิจประกันภัยการปฏิบัติด้วยความซื่อสัตย์อย่างสูงสุดตามหลักประกันภัย (Utmost Good Faith) เป็นสิ่งที่บริษัทให้ความสำคัญอย่างสูงต่อคู่ค้า ทั้งตัวแทนนายหน้า และ บริษัทรับประกันภัยต่อ รวมทั้งให้ความสำคัญต่อความลับทางการค้าของคู่ค้า คู่แข่ง มุ่งเน้นการแข่งขันทางด้านคุณภาพและประสิทธิภาพของการให้บริการเพื่อประโยชน์สูงสุดของลูกค้า ไม่ทำลายชื่อเสียงของคู่แข่งเพียงเพื่อผลประโยชน์ของบริษัท ในขณะเดียวกันถือว่าบริษัทประกันภัยอื่นเป็นคู่ค้าและเป็นผู้ร่วมวิชาชีพเดียวกัน มีสัตยาบันร่วมกันในการประกอบวิชาชีพ บริษัทเข้าร่วมเป็นสมาชิกของสมาคมบริษัทประกันวินาศภัย เพื่อร่วมกิจกรรมและร่วมพิทักษ์ผลประโยชน์ของผู้ประกอบวิชาชีพเดียวกัน เพื่อเป็นการรักษาภาพลักษณ์ของธุรกิจประกันภัยโดยรวม เจ้าหนี้ ให้ความสำคัญในการปฏิบัติตามเงื่อนไขสัญญาที่ได้ตกลงกันไว้อย่างเคร่งครัด หรือหาแนวทางในการดำเนินการแก้ไขเพื่อประโยชน์ร่วมกัน สังคม คณะกรรมการ ตระหนักถึงความเป็นส่วนหนึ่งของสังคม โดยมอบเป็นนโยบายให้ฝ่ายจัดการ นำเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคม CSR (Corporate Social Responsibility) เป็นส่วนหนึ่งในแผนกลยุทธ์ขององค์กร (Corporate Strategy Map) และเสริมสร้างให้พนักงานตระหนักถึงความรับผิดชอบที่มีต่อสังคม

4. การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส

4.1 คณะกรรมการให้ความสำคัญในการเผยแพร่ข้อมูลสารสนเทศที่สำคัญต่างๆ ทั้งข้อมูลทางการเงินและไม่ใช่ทางการเงินอย่างครบถ้วนทันเวลา และเชื่อถือได้ อย่างเท่าเทียมกัน ให้ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียรับทราบ ทางรายงานประจำปี การแจ้งข่าวสาร ผ่านระบบสารสนเทศของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และเว็บไซต์ของบริษัท โดยครอบคลุมตามข้อพึงปฏิบัติที่ดีตามที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กำหนดแนวทางไว้

4.2 คณะกรรมการมอบหมายให้ฝ่ายจัดการ ให้ความสำคัญในการรายงานข้อมูลต่อหน่วยงานกำกับ หน่วยงานทางการ โดยจะต้องเปิดเผยข้อมูลอย่างถูกต้อง ภายในกำหนดระยะเวลา ตามที่กฎหมายหรือหน่วยงานทางการ หรือหน่วยงานที่กำกับดูแลกำหนด

4.3 คณะกรรมการมอบหมายให้กรรมการผู้จัดการ ส่งข่าว (Press Release) หรือ แถลงข่าว (Press Conference) ชี้แจงผลประกอบการต่อสื่อมวลชนเป็นประจำทุกไตรมาส รวมทั้งการให้ข่าวอื่นๆเพื่อเป็นการสื่อสารข้อมูล รวมทั้งการชี้แจงแก้ข่าวที่มีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ และข้อมูลอันจะทำให้ ผู้ถือหุ้น ผู้ลงทุน ผู้มีส่วนได้เสียและสาธารณะชนอื่นๆ มีความเข้าใจไม่ถูกต้อง

4.4 ข้อมูลสำคัญที่มีผลกระทบต่อราคาหลักทรัพย์ของบริษัท หรืออาจมีผลกระทบต่อการตัดสินใจลงทุน หรือมีผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ของผู้ถือหุ้น จะเปิดเผยหลังจากข้อมูลนั้นเผยแพร่อย่างเป็นทางการต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศแล้ว

4.4 เพื่อประโยชน์แห่งการกำกับดูแลกิจการที่ดี ให้ กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานที่ถือเป็นบุคคลที่ล่วงรู้ หรือมีโอกาสล่วงรู้ข้อมูลภายในของบริษัท ซึ่งเป็นสาระสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงราคาของหลักทรัพย์ถือปฏิบัติ ดังนี้

4.4.1 ห้ามทำการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทในช่วงระยะเวลา 1 เดือน ก่อนการเปิดเผยผลประกอบการต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และภายใน 1 วัน หลังจากวันเปิดเผยผลประกอบการดังกล่าว

4.4.2 ห้ามทำการเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผลประกอบการของบริษัท ในระหว่างช่วงเวลา 7 วัน ก่อนวันที่บริษัทจะเผยแพร่ผลประกอบการต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวมถึง ไม่มีการนัดพบปะให้ข้อมูล จัดประชุมกลุ่ม หรือตอบข้อซักถามใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับผลประกอบการ ให้แก่ผู้ถือหุ้น นักลงทุน นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ และสื่อมวลชน

5. องค์ประกอบของคณะกรรมการบริษัท

5.1 ตามข้อบังคับของบริษัทคณะกรรมการของบริษัท ประกอบด้วยกรรมการไม่น้อยกว่าห้าคน โดยจำนวนกรรมการสูงสุดมีได้ไม่จำกัด โดยจำนวนที่แน่นอนจะถูกกำหนดโดยมติของคณะกรรมการ และกรรมการไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด ต้องมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร

5.2 คณะกรรมการบริษัท ประกอบไปด้วย กรรมการที่เป็นผู้บริหาร กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร และกรรมการอิสระ โดยมีกรรมการอิสระอย่างน้อย 1 ใน 3 และไม่น้อยกว่า 3 คน คุณสมบัติของกรรมการอิสระ 1.มีอายุไม่เกิน 65 ปี 2.ดำรงตำแหน่งไม่เกิน 4 วาระติดต่อกัน 3.มีการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี 4.มีคุณสมบัติของการเป็นกรรมการอิสระตามหลักเกณฑ์ที่สำนักคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนด

5.3 คณะกรรมการเลือกกรรมการคนหนึ่งจากกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารเป็น ประธานกรรมการ

5.4 คณะกรรมการ สามารถตั้งคณะอนุกรรมการ ได้อย่างไม่จำกัดตามความจำเป็น เพื่อช่วยกลั่นกรองและควบคุมดูแลงานด้านต่างๆ

5.5 คณะกรรมการเลือกบุคคลคนหนึ่งทำหน้าที่เป็น เลขานุการบริษัท โดยทั้งนี้ เลขานุการบริษัท จะเป็นกรรมการหรือไม่ก็ได้

6. บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการต่อการกำกับดูแลกิจการ

6.1 กรรมการต้องมีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจ มีความสนใจในกิจการของบริษัท มีความตั้งใจในการทำประโยชน์ให้แก่บริษัทและมีจริยธรรม

6.2 กรรมการต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามกฎหมาย จริยธรรม วัตถุประสงค์ และข้อบังคับของบริษัทตลอดจนมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ระมัดระวัง และรักษาผลประโยชน์ของบริษัทและมีความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้น (Shareholder) และผู้มีผลประโยชน์ร่วมกัน (Stakeholder)

6.3 กรรมการมีหน้าที่กำหนดนโยบาย และทิศทางการดำเนินงานของบริษัท และ ร่วมกับฝ่ายจัดการกำหนดวิสัยทัศน์ (Vision) พันธกิจ (Mission) และค่านิยม (Value) ของบริษัท และกำกับควบคุมดูแลให้ฝ่ายจัดการดำเนินการให้เป็นไปตามนโยบายที่กำหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เพื่อเพิ่มพูนมูลค่าให้แก่กิจการ และผลประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหุ้น

6.4 พิจารณากำหนดนโยบายกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อให้ฝ่ายบริหารนำไปปฏิบัติ ซึ่งรวมถึงการทบทวน ประเมินผลการปฏิบัติ เพื่อนำมาพิจารณาปรับปรุงให้เหมาะสม

6.5 ดูแลให้บริษัท มีระบบการรายงานทางการเงินและบัญชี การบริหารความเสี่ยง การตรวจสอบ รวมทั้งการมีระบบควบคุมภายในที่เหมาะสม เพียงพอ เชื่อถือได้ เพื่อให้การปฏิบัติของบริษัท และการเปิดเผยข้อมูล มีความถูกต้อง โปร่งใส และเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

6.6 ดูแลให้มีแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจของบริษัท ข้อพึงปฏิบัติที่ดีของกรรมการและพนักงาน โดยจัดทำเป็นลายลักอักษร รวมถึงการสื่อสารให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้ถือปฏิบัติ

6.7 พิจารณาความเหมาะสม ในการแต่งตั้งและกำหนดขอบเขตหน้าที่ของคณะอนุกรรมการชุดต่างๆ

6.8 จัดให้มีการประชุมคณะกรรมการเพื่อรับทราบผลการดำเนินงานของบริษัท ทุกเดือน หรืออย่างน้อยทุก 3 เดือน ในการประชุมกรรมการต้องแสดงความเห็น และใช้ดุลยพินิจอย่างเป็นอิสระ กรรมการควรเข้าร่วมประชุมทุกครั้ง นอกเหนือจากมีเหตุจำเป็นอันเป็นเหตุสุดวิสัย ซึ่งต้องแจ้งต่อเลขานุบริษัทเป็นการล่วงหน้า บริษัทต้องรายงานจำนวนครั้งที่เข้าร่วมประชุมของคณะกรรมการไว้ในรายงานประจำปี ในการประชุมคณะกรรมการแต่ละครั้ง เพื่อให้คณะกรรมการทุกท่านได้ทราบเป็นการล่วงหน้า เลขานุการบริษัท จะจัดส่งหนังสือเชิญประชุมแก่กรรมการทุกท่าน เพื่อให้ทราบถึง วันเวลาสถานที่และวาระการประชุม โดยจัดส่งเป็นการล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน และเป็นผู้รวบรวมเอกสารประกอบการประชุมจากกรรมการ และฝ่ายจัดการ เพื่อจัดส่งให้คณะกรรมการล่วงหน้า และเอกสารดังกล่าวต้องให้ข้อมูลเพียงพอต่อการตัดสินใจและใช้ดุลยพินิจอย่างเป็นอิสระของคณะกรรมการ เลขานุการบริษัท จะต้องเป็นผู้บันทึกประเด็นในการประชุม เพื่อจัดทำเป็นรายงานการประชุม ซึ่งต้องมีเนื้อหาสาระครบถ้วน และเสร็จสมบูรณ์ภายใน 15 วันนับจากวันประชุมเสร็จสิ้น เพื่อเสนอให้ประธานคณะกรรมการลงนาม และจะต้องจัดให้มีระบบการจัดเก็บที่ดี สะดวกต่อการค้นหาและรักษาความลับได้ดี

6.9 คณะกรรมการต้องจัดให้มีการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ภายใน 4 เดือน นับจากวันสิ้นสุดของรอบปีบัญชีของบริษัท คณะกรรมการจะเรียกประชุมวิสามัญเมื่อใดก็ได้เมื่อมีเหตุสมควรที่ต้องขอมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น โดยมอบหมายให้เลขานุการบริษัท เป็นผู้กำหนดมาตรฐานแนวปฏิบัติในการประชุมผู้ถือหุ้น ทั้งขั้นตอนวิธีการก่อนการประชุม ในวันประชุม และหลังวันประชุม ให้เป็นไปตามข้อกฎหมาย ข้อบังคับของบริษัท และมาตรฐานการกำกับดูแลกิจการที่ดี

6.10 ดำเนินการใดๆ เพื่อให้เป็นไปตามข้อกฎหมาย ข้อบังคับ และมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ

7. การแต่งตั้งกรรมการ

7.1 คณะกรรมการ เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นส่วนน้อย รวมกันไม่เกินร้อยละ 5 มีสิทธิเสนอชื่อบุคคลเข้ารับการเลือกตั้งเป็นกรรมการ ตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทกำหนด เป็นการล่วงหน้า อย่างน้อย 3 เดือนก่อนวันสิ้นสุดรอบบีบัญชี

7.2 คณะกรรมการ มอบหมายให้ คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน มีบทบาทหน้าที่สรรหากรรมการ รวมทั้งนำรายชื่อบุคคลที่ได้จากการให้ผู้ถือหุ้นส่วนน้อยเสนอมาเป็นการล่วงหน้า โดยพิจารณาคัดเลือก และกลั่นกรองหาบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสม อย่างรอบคอบ และโปร่งใส เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เพื่อเสนอขอมติต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อเลือกตั้งเป็นกรรมการใหม่

7.3 คณะกรรมการ มอบหมายให้ คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน มีหน้าที่ในการทบทวนคุณสมบัติของกรรมการ และประเมินผลเพื่อเสนอต่อวาระหรือไม่ เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เพื่อเสนอขอมติต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้น

7.4 คณะกรรมการ มอบหมายให้ คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน พิจารณาความเหมาะของจำนวนกรรมการ ในคณะกรรมการ และกรรมการชุดย่อย

8. แผนสืบทอดตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงระดับผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการขึ้นไป คณะกรรมการ ได้มอบหมายให้คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแน ดำเนินการเพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทมีระบบการคัดสรรบุคลากรที่จะเข้ามารับผิดชอบในตำแหน่งงานบริหารที่สำคัญทุกระดับอย่างเหมาะสม ในการสรรหาผู้บริหารระดับสูงจะเป็นไปตามกระบวนการสรรหาทั้งจากบุคคลภายใน และภายนอกบริษัท

9. คณะอนุกรรมการ คณะกรรมการ เป็นผู้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการจากกรรมการบริษัท ตามทักษะ ความถนัด และเพื่อให้เกิดการควบคุมติดตามการปฏิบัติงานอย่างโปร่งใส ณ วันที่ประกาศนโยบายเกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการที่ดีฉบับนี้ คณะอนุกรรมการ ประกอบด้วย

9.1 คณะกรรมการตรวจสอบ โครงสร้างและองค์ประกอบ คณะกรรมการหรือที่ประชุมผู้ถือหุ้นเป็นผู้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ จํานวนอย่างน้อย 3 คน และแต่งตั้งประธานคณะกรรมการตรวจสอบ จากคณะกรรมการตรวจสอบที่ได้รับการแต่งตั้ง โดยที่กรรมการตรวจสอบจะต้องเป็นกรรมการอิสระ มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดโดยองค์กรที่มีหน้าที่ในการกํากับดูแลบริษัท รวมถึงมีคุณสมบัติของกรรมการอิสระตามที่บริษัทกำหนด คณะกรรมการตรวจสอบแต่งตั้งเจ้าหน้าที่บริษัทที่เหมาะสมเป็น เลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบอีก 1 คน

วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่ง

1. กรรมการตรวจสอบมีวาระการดำรงตำแหน่งตามวาระของการเป็นกรรมการบริษัท

2. กรรมการตรวจสอบจะพ้นจากตำแหน่งเมื่อพ้นสภาพการเป็นกรรมการบริษัท ครบวาระ ลาออก หรือถูกถอดถอน หรือขาดคุณสมบัติในการปฏิบัติงานในฐานะกรรมการตรวจสอบ

บทบาท ขอบเขต และภาระหน้าที่

1. คณะกรรมการได้จัดทำกฎบัตรคณะกรรมการตรวจสอบ (Audit Committee Charter) เป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อแสดงให้เห็นถึงวัตถุประสงค์ ขอบเขตหน้าที่ ความรับผิดชอบ และแนวทางปฏิบัติของคณะกรรมการตรวจสอบ และได้กำหนดเป็นวาระประจำในการประชุมของคณะกรรมการตรวจสอบ ในการทบทวนกฎบัตรให้เป็นปัจจุบัน หากมีการเปลี่ยนแปลงจะต้องเสนอให้คณะกรรมการบริษัทให้ความเห็นชอบ และแจ้งการเปลี่ยนแปลงต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

2. ขอบเขตหน้าที่ และความรับผิดชอบ ของคณะกรรมการตรวจสอบ สอบทานรายงานทางการเงินของบริษัทให้เป็นไปตามมาตรฐานบัญชีอย่างเพียงพอและเชื่อถือได้
- ดูแลให้บริษัทมีระบบการควบคุมภายในที่เหมาะสม และมีประสิทธิภาพ
- คัดเลือกและเสนอแต่งตั้งผู้สอบบัญชีของบริษัท พร้อมกำหนดค่าตอบแทนในการสอบบัญชี
- ให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้ง โยกย้าย ถอดถอน และเลิกจ้าง รวมทั้งการประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบ
- พิจารณาผลการตรวจสอบและข้อเสนอแนะ ทั้งของผู้สอบบัญชี และสำนักตรวจสอบภายใน รวมทั้งติดตามผลการดำเนินการของฝ่ายจัดการต่อข้อเสนอแนะดังกล่าว เสนอต่อคณะกรรมการบริษัท
- ดูแลให้บริษัทปฏิบัติตามข้อกำหนดและกฏหมายที่เกี่ยวข้อง
- ดูแลไม่ให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ โดยการสอบทานรายการระหว่างบริษัทหรือบริษัทย่อย กับบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน
- ปฏิบัติงานอื่นใดตามที่คณะกรรมการบริษัทมอบหมาย
- จัดทำรายงานการกับดูแลกิจการของคณะกรรมการตรวจสอบลงนามโดยประธานคณะกรรมการตรวจสอบ และเปิดเผยไว้ในรายงานประจำปี

4. คณะกรรมการตรวจสอบ มีการประชุมอย่างน้อยไตรมาสละครั้ง เพื่อกำกับดูแล ติดตาม และสอบทาน และจัดทำรายงานของคณะกรรมการตรวจสอบ รายงานต่อคณะกรรมการบริษัท

5. คณะกรรมการตรวจสอบ สามารถให้ฝ่ายจัดการเข้าร่วมประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นและชี้แจงได้

6. ในกรณีที่ต้องการข้อมูลในการสอบทาน และหน่วยงานตรวจสอบภายในไม่สามารถสนับสนุน ได้หรือขาดอิสระในการสนับสนุนข้อมูลนั้น คณะกรรมการตรวจสอบมีอิสระที่จะขอคำปรึกษาจากที่ปรึกษาภายนอกที่เป็นอิสระได้ โดยบริษัทเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย

9.2 คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน โครงสร้างและองค์ประกอบ คณะกรรมการ พิจารณาแต่งตั้งจากกรรมการที่ไม่ใช่ผู้บริหาร คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน พิจารณาเลือกกรรมการอิสระจากกรรมการคนหนึ่งเป็นประธาน สมาชิกมีจำนวนไม่น้อยกว่า 3 คน (ปัจจุบันมีจำนวน 3 คน)

บทบาท ขอบเขต และภาระหน้าที่

1. พิจารณาความเหมาะสมของโครงสร้าง และองค์ประกอบของคณะกรรมการ

2. กำหนดคุณสมบัติที่เหมาะสมของกรรมการ และหลักเกณฑ์ในการสรรหาเพื่อดำรงตำแหน่ง นอกจากนี้ยังมีหน้าที่ทบทวนคุณสมบัติของกรรมการ และประเมินผลการปฏิบัติงานของกรรมการที่ครบวาระ

3. กำหนดวิธีการและกระบวนการในการเตรียมบุคลากรที่มีคุณสมบัติเหมาะสมในการดำรงตำแหน่งกรรมการ เช่น การปฐมนิเทศ การส่งเข้าสัมมนาฝึกอบรม

4. กำหนดหลักเกณฑ์และทบทวนโครงสร้างค่าตอบแทนของคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ และกรรมการผู้จัดการ โดยคณะกรรมการบริษัทเป็นผู้อนุมัติค่าตอบแทนของกรรมการผู้จัดการ ส่วนค่าตอบแทนกรรมการ ให้นำเสนออนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น

5. กำหนดหลักเกณฑ์ในการวางแผนสืบทอดตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง

6. พิจารณาค่าตอบแทน สวัสดิการ ของผู้บริหารและพนักงาน

7. ภารกิจอื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัท

8. รายงานผลการปฏิบัติงาน วิธีการแก้ไข ข้อเสนอแนะให้คณะกรรมการบริษัททราบ

9.3 คณะกรรมการนโยบายและกลยุทธ์ โครงสร้างและองค์ประกอบ คณะกรรมการ พิจารณาแต่งตั้งจากกรรมการทุกประเภท ทั้งที่เป็น กรรมการอิสระ กรรมการที่ไม่ใช่ผู้บริหาร และกรรมการที่เป็นผู้บริหาร คณะกรรมการนโยบายและกลยุทธ์พิจารณาเลือกกรรมการคนใดคนหนึ่งเป็นประธาน สมาชิกมีไม่น้อยกว่า 3 คน (ปัจจุบัน มีจำนวน 5 คน)

บทบาท ขอบเขต และภาระหน้าที่

1. ให้ความเห็นและข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมการบริษัท และฝ่ายจัดการ ในการกำหนดนโยบาย เป้าหมาย ทิศทางการดำเนินธุรกิจ และกลยุทธ์ขององค์กร

2. เสนอแนะ ให้คำปรึกษาแก่ฝ่ายจัดการ รวมทั้งการติดตามและประเมินผล เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามนโยบาย กลยุทธ์ และเป้าหมาย ขององค์กร

3. ให้คำแนะนำคณะกรรมการบริษัท และฝ่ายจัดการ ในการปฏิบัติให้เป็นไปตามนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี

4. ภารกิจอื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัท 5. รายงานผลการปฏิบัติงาน วิธีการแก้ไข ข้อเสนอแนะให้คณะกรรมการบริษัททราบ

9.4 คณะกรรมการพิจารณาการลงทุน โครงสร้างและองค์ประกอบ คณะกรรมการ พิจารณาแต่งตั้งจากกรรมการที่ไม่ใช่กรรมการอิสระ หรือ ผู้บริหาร ของบริษัท สมาชิกส่วนใหญ่ต้องมีความรู้ ความชำนาญ และความเข้าใจเกี่ยวกับการลงทุน ตลาดเงินและตลาดทุน สมาชิกมีจำนวนไม่น้อยกว่า 3 คน (ปัจจุบัน มีจำนวน 5 คน)

 

( I Code ) ประกาศรับการปฏิบัติตามหลักธรรมาภิบาลการลงทุน

Investment Governance Code : I Code

      ประกาศรับการปฏิบัติตามหลักธรรมาภิบาลการลงทุน ( I Code )
TH

จรรยาบรรณและข้อพึงปฏิบัติ

     จรรยาบรรณและข้อพึงปฏิบัติ
TH

นโยบายการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวและข้อมูลส่วนบุคคล

     นโยบายการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวและข้อมูลส่วนบุคคล
TH

นโยบายรับเรื่องร้องเรียน

     นโยบายการรับเรื่องร้องเรียน
TH

ข้อบังคับบริษัทและหนังสือบริคณห์สนธิ

     ข้อบังคับบริษัท
TH
     หนังสือบริคณห์สนธิ
TH